Trisla Logo
Trisla Herbal by Dr.Srisala Pawamikul
ดูแลฟื้นฟู ผมร่วง ผมบาง ผมขาว ศีรษะล้าน เป็นรังแค ปรับสมดุลฟื้นฟูสภาพหนังศีรษะ และเส้นผม ด้วยสมุนไพรสูตรโบราณ ได้รับการยอมรับตามวิถีแห่งธรรมชาติบำบัด "โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ แพทย์แผนไทย สืบทอด มากว่า 200 ปี" Hair fall, Hair loss, Gray hair, Baldness, Scalp dandruff, Scalp and hair balance with pure natural herb products by traditional recipes inherited
for over 200 years.
ตรีสลา สมุนไพร
เรียนฟรี!
สปาเส้นผมและหนังศีรษะ
จบแล้วมีงานทำ

ตรีสลาสมุนไพรไทย

ผักเชียงดาใช้เป็นยารักษาเบาหวานในอินเดียและประเทศในแถบเอเชียมานานกว่า ๒๐๐๐ปีแล้ว มีสารสำคัญคือ Gymnemic acid ซึ่งสกัดมาจากรากและใบของผักเชียงดาซึ่งมีรูปร่างเหมือนน้ำตาลกลูโคส จึงไปจับเซลรีเซพเตอร์ในลำไส้ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาล The U.S. National Library of Medicine (NLM) and the National Institutes of Health (NIH) พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าผักเชียงดาสามารถที่จะช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดพึ่งอินซูลิน (type ๑) และไม่พึ่งอินซูลิน (type ๒) ได้เมื่อให้ร่วมกันอินซูลินและยารักษาเบาหวานอื่นๆและยังมีรายงานว่ามีบางรายใช้ผักเชียงดาตัวเดียวในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องพึงยาแผนปัจจุบัน



แคปซูลผักเชียงดายังมีวางขายในร้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในประเทศสหรัฐอเมริกาในรูปแบบของผงแห้งที่มีการควบคุมมาตรฐานของ gynemic acid ต้องมีไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕ซึ่งในหนึ่งแคปซูลส่วนใหญ่จะมีผงยาของเชียงดาอยู่ ๕๐๐ มิลลิกรัมการศึกษาในคนพบว่าใช้สารออกฤทธิ์ประมาณ ๔๐๐-๖๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ ๘-๑๒กรัมของผงแห้งต่อวัน โดยกินครั้ง ๔ กรัม วันละ ๒-๓ ครั้ง นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าผักเชียงดามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดมาตั้งแต่ปี ๑๙๒๖และในปี ๑๙๘๑มีการยืนยันผลการลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปริมาณอินซูลินในสัตว์ทดลองและในคนอาสาสมัครที่แข็งแรงซึ่งพบว่าผักเชียงดาไปฟื้นฟูเบต้าเซลของตับอ่อน (อวัยวะที่สร้างอินซูลิน)ทำให้ผักเชียงดาสามารถช่วยคุมน้ำตาลได้ในคนเป็นเบาหวานทั้งชนิด type ๑ และ type ๒ตั้งแต่ในปี ๑๙๙๐ เป็นต้นมา มีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบประสิทธิภาพกลไกออกฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือด และมีการศึกษาความเป็นพิษอย่างมากมายยกตัวอย่างเช่น การศึกษาในมหาวิทยาลัยมาดราส ในประเทศอินเดียศึกษาผลของผักเชียงดาในหนู โดยให้สารพิษที่ทำลายเบต้าเซลในตับอ่อนของหนูพบว่าหนูที่ได้รับผักเชียงดาทั้งในรูปของผงแห้งและสารสกัดมีระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติภายใน๒๐-๖๐ วัน ระดับอินซูลินกลับมาเป็นปกติ และจำนวนของเบต้าเซลเพิ่มขึ้น ในปีเดียวกันนี้ มีการศึกษาผลของผักเชียงดาในผู้ป่วยโรคเบาหวานพบว่าผักเชียงดาสามารถลดการใช้ยารักษาเบาหวานแผนปัจจุบันในบางรายถึงกับสามารถเลิกใช้ยาแผนปัจจุบันโดยใช้แต่ผักเชียงดาอย่างเดียวในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดนอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณของ hemoglobin A1C ลดลง (ปริมาณสารตัวนี้แสดงให้เห็นว่าการกินผักเชียงดาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง ๒-๔เดือนที่ผ่านมามีความสม่ำเสมอ ถ้าลดลงแสดงว่าคุมระดับน้ำตาลได้ดีซึ่งเป็นการลดโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือดจากการป่วยเป็นโรคเบาหวาน)และปริมาณอินซูลินเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาเบาหวานนอกจากปริมาณอินซูลินจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ปริมาณของ hemoglobin A1C ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีการศึกษาการพบว่าสารสกัดผักเชียงดาสามารถลดปริมาณการใช้อินซูลินได้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลินได้อีกด้วย ในปี ๑๙๙๗ นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นได้ค้นพบว่าผักเชียงดาไปยับยั้งการดูดซึมของน้ำตาลจากลำไส้เล็ก ในปี ๒๐๐๑ นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Nippon Veterinary and Animal Science University ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ตีพิมพ์ผลงานวิเคราะห์สารบริสุทธิ์ (Pure compound) ที่เป็นตัวออกฤทธิ์ในการลดน้ำตาลจากใบของผักเชียงดาโดยใช้วิธีเทียบเคียงสูตรโครงสร้างของสารออกฤทธิ์ตามธรรมชาติด้วยระบบคอมพิวเตอร์ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Structure-Activity Relationship (SAR) และได้ออกแบบสูตรโครงสร้างของสารสำคัญ ๔ ตัว (GIA-1, GIA-2, GIA-5, และ GIA-7) ซึ่งพิสูจน์ฤทธิ์ในหนูทดลองแล้วว่าสามารถลดระดับน้ำตาลได้จึงทำการสังเคราะห์สารสำคัญดังกล่าวขึ้นมาวิธีการนี้ช่วยให้ได้สารออกฤทธิ์ที่แม่นยำและในปริมาณสูงช่วยลดปริมาณความต้องการใช้สารออกฤทธิ์ตามธรรมชาติจากใบของผักเชียงดาอย่างมาก ในปี ๒๐๐๓ นักวิทยาศาสตร์รายงานถึงผลของสารสกัดผักชียงดาในหนูซึ่งนอกจากจะพบฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปริมาณอินซูลินแล้วยังลดปริมาณของอนุมูลอิสระในกระแสเลือดของหนูที่เป็นเบาหวานได้อีกด้วยทั้งยังเพิ่มปริมาณของสารกลูตาไทโอน วิตามินซี วิตามินอีในกระแสเลือดของหนูได้อีกด้วยและยังพบว่าสารสกัดผักเชียงดามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดสูงกว่ายาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาเบาหวานชื่อ glibenclamide นักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาความเป็นพิษของผักเชียงดาไม่พบความเป็นพิษแต่อย่างใด “สำหรับท่านที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่าทั้งสองโรคนี้ไม่หายขาดแต่ท่านสามารถมีชีวิตยืนยาวอยู่ได้เช่นเดียวกับคนทั่วไปเพียงแต่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลหรือระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติสม่ำเสมออาจจะใช้ยาแผนปัจจุบันหรือใช้สมุนไพรหรือใช้ทั้งยาแผนปัจจุบันและสมุนไพรก็ได้...” ราคา 295 บาท (1แพ็ค ชงได้ 30 ซอง)
  บริษัท ตรีสลา สมุนไพรไทย (ประเทศไทย) จำกัด
25/6 หมู่ 4 ซอยบงกช 18, ต. คลองสอง อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12120
โทร. 0-2902-3133, 081-914-6916, 081-811-2850, dr.srisala@gmail.com, ployseaanemone@gmail.com
 
© 2009 - 2018
Trisala Thai Herbal (Thailand) Co., Ltd.
HomeProducts Location & Map Contact Us System developed by
Ambient Soft